
Nattapong Srisai
1
21 มิ.ย. 2026
ลิเวอร์พูลเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญภายใต้การคุมทีมของ อันโดนี่ อิราโอล่า หลังสโมสรเดินหน้ารีเซ็ตขุมกำลังในช่วงซัมเมอร์เพื่อเปิดทางให้กุนซือชาวสเปนสร้างทีมในแบบที่ต้องการสำหรับฤดูกาล 2026/27 โดยเป้าหมายคือการคืนความดุดัน ความเร็ว และความหลากหลายให้กับเกมรุกของหงส์แดงอีกครั้ง
การยกเครื่องเกิดขึ้นหลังลิเวอร์พูลมีฤดูกาล 2025/26 ที่น่าผิดหวังเมื่อจบเพียงอันดับ 5 ในพรีเมียร์ลีกและแพ้รวม 19 นัดจากทุกรายการ ขณะเดียวกันการอำลาทีมของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และ อิบราฮิม่า โกนาเต้ ทำให้ทีมต้องเติมความสดใหม่อย่างเร่งด่วน แม้ยังมีแกนหลักอย่าง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ และ อลีสซง เบ็คเกอร์ อยู่กับสโมสร แต่ตำแหน่งริมเส้นโดยเฉพาะฝั่งขวากลายเป็นจุดที่ต้องแก้ไขเป็นพิเศษหลังซาลาห์จากไป และอนาคตของ อูโก้ เอกิติเก้ กับ เฟเดริโก้ เคียซ่า ยังไม่แน่นอน รวมถึงสโมสรไม่ต้องการกดดันดาวรุ่งอย่าง ริโอ เอ็นกูโมฮา มากเกินไป
ริชาร์ด ฮิวจ์ส ผู้อำนวยการกีฬาของลิเวอร์พูลเดินหน้าเสริมทัพทันทีด้วยการคว้า บิคตอร์ มูนญอซ จากโอซาซูน่า ค่าตัวราว 40 ล้านยูโร พร้อมสัญญา 6 ปี หลังเอาชนะหลายทีมดังทั้ง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริด ในการล่าลายเซ็นของแนวรุกวัย 22 ปีรายนี้ แม้มูนญอซจะถูกมองว่าเป็นตัวแทนระยะยาวของ หลุยส์ ดิอาซ แต่เป้าหมายหลักของลิเวอร์พูลยังคงเป็น ยาน ดิโอม็องเด้ ปีกดาวรุ่งวัย 19 ปีของแอร์เบ ไลป์ซิก ซึ่งทำผลงานเด่นกับทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ ในศึกฟุตบอลโลก 2026 และหากดีลเกิดขึ้นจริง เขาจะถูกวางให้เป็นตัวสานต่อบทบาทของซาลาห์ทางกราบขวา หลังโชว์ศักยภาพยิง 13 ประตูและทำ 10 แอสซิสต์จาก 36 นัดในฤดูกาลแรกกับสโมสรเยอรมัน ขณะที่อิราโอล่ามีภารกิจสำคัญในการดึงฟอร์มที่ดีที่สุดของนักเตะชุดปัจจุบันกลับมาเพื่อพาลิเวอร์พูลกลับสู่เส้นทางลุ้นความสำเร็จอีกครั้ง